ศิลปะกรีก

ศิลปะกรีก (500 ปีก่อน พ.ศ. – พ.ศ. 440)

กรีก เป็นชาวอินโดยูโรเปียน เดิมน่าจะอยู่ทางภาคกลางของยุโรป เรียกตนเองว่า เฮลเลนส์ (คำว่า กรีก เป็นชื่อที่โรมันตั้งให้ )

เรียกบ้านเมืองตนเองว่า เฮลส์
เรียก  อารยธรรมของตนเองว่า เฮเลนิค
ที่ตั้งและภูมิประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ปลายสุดของทวีปยุโรป  ตำแหน่งบรรจบกันของทวีปยุโรป เอเชียและแอฟริกา และมีภูมิประเทศเป็นภูเขาน้อยใหญ่

การเมืองและการปกครอง

มีการปกครองแบบนครรัฐ หรือที่เรียกว่า โปลิส  มีอิสระที่จะ ปกครองตนเอง คนในแต่ละท้องที่จะภักดีเฉพาะเขตของตน „ „ นครรัฐที่สำคัญคือ เอเธนส์และสปาร์ตา
„เอเธนส์ เป็นนครรัฐที่เจริญที่สุดและมีอิทธิพลต่อโลกสมัยหลังมากที่สุด

เศรษฐกิจ กรีกโบราณ

ประกอบอาชีพแบบอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น เครื่องปั้นดินเผา น้ำมันมะกอก  เหล้าองุ่น ผ้าขนสัตว์ ฝ้าย ส่งไปขายต่างแดน และมีการใช้เหรียญทอง เงิ ทองแดง เป็นสื่อกลาง„ „ แต่ละนครรัฐจะมีเงินเหรียญและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราใช้เป็นของตนเอง จึงเกิดอาชีพแลกเปลี่ยนเงิน ( (money changer money changer) )ขึ้น  จนกลายเป็นนายธนาคาร รับฝากและให้กู้เงิน เก็บดอกเบี้ยจนร่ำรวย „ „ ปรากฏป้อมค่ายเก็บภาษีที่ผ่านทางจากพ่อค้าที่กรุงทรอย

คุณสมบัติของชาวกรีก

เปนผู้ใฝ่รู้ ทั้งในสิ่งรอบตัวและจากพื้นที่ห่างไกล ชอบซักถาม เชื่อในลัทธิเหตุผล ( Rationalism ) อีกทั้งลัทธิอุคมคติ( Idialism )และคํานึงถึงประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ตามหลักมนุษยธรรม ( Humanism )และมีวิจารณญาณที่ดี
เป็นผู้มีนิสัยละเอียด อ่อนไหวในความงาม และมีความสามารถทางด้านการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มีการใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ และรักเสรีภาพ

ปัญญา ศาสนาและความคิดกรีกโบราณ
รักธรรมชาติ เชื่อว่ามีพลังลึกลับหรือเทพเจ้าที่สามารถให้คุณให้โทษมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าหลายองค์( Polytheism )ว่าเป็นผู้บันดาลให้เป็นไป พระเจ้ามีหน้าตาและความคิดคล้ายมนุษย์ แต่มีพลังมากกว่ามนุษย์เช่นเทพซุส หรือเซอุส เป็นเทพบิดรของเทพทั้งหมดสถิตอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสมีภรรยาชื่อเฮร่า ซึ่งเป็นเทพีแห่งสวรรค์และการแต่งงาน

เทพเจ้ากรีกโบราณ
ซุส หรือเซอุส เป็น เทพบิดรของเทพทั้งหมด สถิตอยู่บนยอดเขาโอลิมปัส
เฮร่า  เป็นเทพีแห่งสวรรค์และการแต่งงาน
อพอลโล  สุริยเทพ,ศิลปะ, การแพทย์
โพไซดอน  เทพเจ้าแห่งท้องทะเล
เซนทอร์  ที่ปรึกษาเฮอร์คิวสิส ( เป็นคนครึ่งม้า )
เฮอร์เมส  ผู้สื่อข่าว
ไดโอนิซุส  เทพแห่งการเลี้ยงฉลอง

วีนัส เป็นเทพีแห่งความรัก
เมดูซา   ความอิจฉา มีผมเป็นงู
อเธนา  เทพีแห่งสันติและสติปัญญา
ไนกี้  เทพีแห่งชัยชนะ
เดมิเตอร์  เทพีแห่งเกษตรกร
คิวปิค  บุตรของวีนัส, ความรักชั่วนิรันดร

ปัญญาความคิด
ความเชื่อของชาวกรีกโดยทั่วไปเป็นแบบเชื่อเทพเจ้า ที่ถือว่าเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งในชีวิต สังคม และธรรมชาติ เกิดจากการบันดาลของเทพเจ้า เสรีชนหรือชาวกรีกมีระบบการใช้แรงงานทาสทํางานประเภททํานา ทํางานช่างหรือเป็นเสมียนแทน จึงทําให้ชาวกรีกมีเวลาและโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นเชิงเหตุผลในด้านปรัชญาแขนงต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ ศิลปะ โดยไม่มีชาติใดจะเทียบได้ ก่อให้เกิดนักปรัชญาขึ้นมามากมายหลายคน

โซเครตีส (Socretes, 469-399 ปีก่อน ค.ศ.)

Clip_2

มีความเชื่อว่า ปัญญาคือ อํานาจที่จะนําไปสู่ความจริงได้ หรือ “ความรู้คือคุณธรรม”ความรู้หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับการดํารงชีวิต
ความดี และความชั่ววิธีการคือ สืบสาวหาสัจจธรรมและคุณธรรมเพื่อยึดถือในการดํารงชีวติ สิ่งที่ให้ความสุข มิใช้สิ่งถูกต้อง หรือสิ่งที่ให้ความทุกข์ไม่จําเป็นต้องเป็นสิ่งเลวเสมอไป

เพลโตและ อริสโตเตล

Clip_7

เพลโต (Plato, 427-347 ปีก่อน ค.ศ.)

Clip_3

เป็นศิษย์คนสําคัญของโสเครติส ปรัชญาของเพลโตได้แก่ ทฤษฎีทว่าด้วยแบบหรือ IdeaหรือForm

อริสโตเติล (Aristotle,384-322 ปีก่อน ค.ศ.)

Clip_2

เคยเป็นผู้ถวายการศึกษาแด่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นเวลาถึง 4 ปี มีทศนะค่อนข้างจะขัดแย้ง กับเพลโต มีความเชื่อว่า มโนคติหรือสิ่งสากลนั้นอยู่ในโลกเรานี้เอง

แผนที่แหล่งกําเนิดศิลปกรรมกรีกโบราณ

Clip_4

ศิลปะกรีก แบ่งศิลปกรรมได้ 4 ยุคด้วยกัน คือ

1.ยุค Primitive หรือ Geometric Period 1,100-700 B.C.
2. ยุคอาเคอิค( C.700 – 480 B.C. )
3. สมัยคลาสสิค ( C. 480 – 330 B.C. )
4. สมัยเฮเลนนิสติค ( C.330 – 17 B.C. )

1.ยุค Primitive  หรือ Geometric Period
(1,100-700 B.C.)

หลังการล่มสลายของไมนวนและไมซีเนียน อารยธรรมก็สิ้นสุด ชาวกรีกสมัยเริ่มต้นไม่สามารถสืบต่อได้มีเพียงเครื่องปั้นดินเผาและการวาดระบายสีเท่านั้นที่ยังสืบทอดได้
-เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณกรรม
-นิยมใช้ลวดลายเรขาคณิต เช่น วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม  ซิกแซก ฟันปลา ฯลฯ

ภาพแสดงรูปทรงแจกันกรีก

Clip_5

Dipylon Vase สูง 42(1/2) นิ้ว 800 B.C.

ภาพเขียนมีลักษณะแบน

Clip_6

ตกแต่งแบบ Geometric style  750 750 B.C. B.C.

Clip_2Clip_3

ภาชนะสองหู (Amphora)

Clip

Late Geometric(750-730 B.C.)

แสดงภาพคนนอนตาย ตัวแข็งทื่ออยู่บนรถ โดยมีคนนั่งและยืนแสดงความโศกเศร้า ด้วยการยกแขนขึ้น 2 ข้าง

Shipwrek,( เรือแตก) ภาพเขียนลาย Geometric 800 B.C.

Clip_2

2.ศิลปะยุคอาเคอิค(Archaic C.700 – 480 B.C. )

-ภาพเขียนภาชนะสีดําและสีแดง
-นกฮูกใส่น้ําหอม
-ประติมากรรมหญิงสาวหรือโคเร(Kore )
– ประติมากรรมชาย คูรอส( Kouros)

Clip_3

ภาพเขียนสีดําบนภาชนะ Oreintalizing style

(อิทธิพลศิลปะจาก ตะวันออกหรือแอสซีเรียน ) 525 B.C.

Clip_5Clip_6

Dionysus in a Boat  ภาพเขียนสีดําบนจาน ยุคอาเคอิค  540 B.C.  12  นิ้ว

Clip_4

รูปภาพและความหมายภาพไดโอนิซุสหรือแบคคุส

เป็นเทพเจ้าแห่งการเลี้ยงฉลองของชาวนาชาวไร่ ในภาพกล่าวถึงตอนถูกโจรสลัดจับ มีต้นองุ่นเกิดในเรือ ออกผลมา 7 พวง
และรอบ ๆ เรือมีปลาโลมาว่ายอยู่ 7 ตัว เลข 7 หมายถึงโชคดี

The Blinding of Polyphemus and Gorgons เรื่องราวของยักษ์ตาเดียว  สูง 56 นิว 675-650 B.C.
อิทธิพลการวางท่าและลวดลายการตกแต่ง จากเมโสโปเตเมีย

ClipClip_2

แจกันภาพเขียนสีแดง เป็นภาพนักกีฬาโอลิมปิค

Clip_3

Satyr ( แซทเทอะ )ม้ารีศ หรือรุกขเทวดา ร่างเป็นคน หัวและหาง เป็นม้าหรือแพะ ตัวแทนตันหาราคะ

บรอนส์ 700-500 B.C.

Clip_4

(ซ้าย)ประติมากรรมหนุ่มเปลือย (Kouros) 540 B.C. หินอ่อน

(ขวา)ประติมากรรมรูปสตรี (Kore) 650 B.C.

Clip_5Clip_2

(ขวา)ประติมากรรมรูปสตรี (Kore)

เปรียบเทียบประตมากรรมอียิปต์(ซ้าย)

Clip_3Clip_2

(ซ้าย) เทพีเฮราแห่งซามอส 570-560 B.C. สูง 6 ฟุต4 นิ้ว

(กลาง) รูปสตรี (Kore) 530 B.C. หินอ่อน สูง 48 นิ้ว อยู่ในชุดทูนิคนิ
(ขวา) รูปสตรี (Kore) 505 B.C.

Clip

เปรียบเทียบการวางท่าของประติมากรรมสลักหินอียิปต์และกรีก ยุคอาเคอิค

ชายหนุ่ม 500 B.C. หินอ่อน 6 ฟุต 11 นิ้ว

Clip_2

Kouros c 525B.C. หินอ่อน 6 ฟุต 11 นิ้ว  แสดงกล้ามเนื้อได้ดีกว่าอียิปต์

Clip_3

คนแบกลูกวัว(Calf-Bearer) 570 B.C.  65 นิ้ว หินอ่อน

ClipClip_2

ศีรษะหญิงสาวหรือโคเร(Kore ) และชาย คูรอส(Kouros)

แสดงลักษณะยิ้มแบบอาเคอิค
560 B.C. สูง 11(1/2)นิ้ว หินอ่อน

Clip_3Clip_2

สถาปัตยกรรม กรีก

วิหาร Artemis ที่เกาะ Corfu  600-580 B.C.

Clip

สิงห์คู่ (อิทธิพลจากไมซีเนียน)

Clip_2Clip_3

สิงห์และกอกอน

Clip_4Clip_5

3.ศิลปะยุค คลาสสิค (Classic)

– วิหารพาเธนอน
– วิหารอีเรคธิอุม
– โรงละครกลางแจ้ง
– ประติมากรรมนักกีฬา

สถาปัตยกรรมที่สาคัญของกรีก
อโครโพลิส (Acropolis) และวิหารเทพเจ้า
โรงมหรสพ (Theatre) เรียกว่า โอดีอุมหรือ โอเดียม (Odeum)อุ
อะกอรา (Agora) เรียกตลาดหรือบริเวณจัตุรัสย่านชุมนุมชน
สโตเอ (Stoa) เป็นอาคารเปิดคล้ายระเบียงหรือทางเชื่อมระหว่างสถาน
ที่หนึ่งกับอีกที่หนึ่ง มีเสาตั้งเรียงรายและมีหลังคาคลุม

Clip_6

เทือกเขาโอลิมปัส
เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในกรีซ คือ 9,800 ฟุต ชาวกรีกเชือว่าสูงจนจรดสวรรค์ เทพต่างๆประทับอยู่ที่ภูเขานี้ บนภูเขามีประตูเมฆ   สําหรับเปิดให้เทวดาลงมาสู้โลกมนุษย์ มีพนักงานรักษาประตู เรียกว่าฤดูเทวี( The Seasons )

วิหารพาร์เธนอน (Parthenon)
เป็นเทวาลัยสําหรับเทพีอเธน่าผู้พิทักษ์กรุงเอเธนส์ออกแบบโดยอิคตินุส (Ictinus) และคาลลิคราติส (Callicrates)448-432 B.C.
แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 110 ฟุต ยาว 237 ฟุต และสูงประมาณ 65 ฟุต หลังคามุงด้วยกระเบื้องหินอ่อน

Clip_4

ภายในวิหารพาเธนอน

Clip_2

อาโครโปลิส กรุงเอเธนส์

Clip_3

วิหารพาเธนอน

Clip_2

วิหารพาเธนอน ออกแบบโดยอิคตินุส (Ictinus) และคาลลิคราติส (Callicrates) 448-432 B.C.

Clip_3

ภาพด้านหน้าพาเธนอน ใช้เสาแบบดอริค

Clip_5

วิหารอีเรคธิอุม เสารูปหญิงพรหมจรรย์ 421-405 B.C.

สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่อีเรคเธอุส (Erectheus) วีรบุรุษชาวเอเธนส์ในตำนานเทพนิยายกรีก

Clip_5

อโกรา(Agora)

อาคารสำคัญต่างๆ เช่น วิหาร ศาลยุติธรรม สถานที่ราชการต่างๆ

Clip_6

โรงมหรสพ (Theatre) มีชื่อเรียกว่า โอดีอุมหรือ โอเดียม (Odeum)

Clip_2

สถาปัตยกรรมกรีกแบ่งตามลักษณะหัวเสาเป็น 3 แบบ

1.Doric Order

Clip

2.Iornic Order

Clip_3

3.Corintien

Clip_2

วิหารอีเรคเธอุม หรือ อีเรคเธียม (Erectheum)
สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่อีเรคเธอุส (Erectheus) วีรบุรุษชาวเอเธนส์ในตํานานเทพนิยายกรีก สร้างตามแบบไอโอนิค เสาทําเป็นรูปหญิงสาวในชุดทูนิค 6 รูป มีชื่อเรียกเฉพาะว่านิ
“Caryatides” หรือรู้จักกันในนามของสาวพรหมจรรย์ทั้ง 6

Clip_5Clip_2

วิหารอีเรคธิอุม เสารูปหญิงพรหมจรรย์ 421-405 B.C.

โรงมหรสพ (Theatre) มีชื่อเรียกว่า โอดีอุมอุ หรือ โอเดียม (Odeum)  350 B.C.

-สถานที่แสดงดนตรีคอนเสิร์ต (Concert Hall)

-มีแผนผังกลม

Clip_3

อโกรา(Agora)
-เรียกตลาดหรือบริเวณจัตุรัสย่านชุมนุมชน

-ที่ฐานของอโครโพลิสในเอเธนส์มีอะกอราขนาดใหญ่ เป็นบริเวณกว้าง

-สําหรับชาวบ้านนําสินค้ามาขาย
-เป็นที่ที่ปัญญาชนจะมานั่งถกปัญหาการเมืองหรือปรัชญา
-ชาวต่างชาติจะเดินทางมาจับจองสินค้า
-รอบๆ ลานประกอบด้วยอาคารสําคัญต่างๆ เช่น วิหาร ศาลยุติธรรม สถานที่ราชการต่างๆ เป็นต้น

Clip_4Clip_2

สโตเอ (Stoa)
เป็นอาคารเปิดคล้ายระเบียงหรือทางเชื่อมระหว่างสถานที่แห่งหนึ่งกับอีกแห่งหนึ่งมีหลังคาและเสาตั้งเรียงราย

Clip_3Clip_5

หลักปรัชญาในยุคคลาสสิค
ลัทธิมนุษยธรรม (Humanism) สอนให้ชาวกรีกคิดถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คํานึงถึงเรื่องการสร้างสังคมที่ดีเพื่อมนุษย์ในยุคปัจจุบันและอนาคต
ลัทธิอุดมคติ (Idealism) มี 2 แนวทางคือ
-1 ศิลปะหมายถึงการลอกเลียนแบบ (Imitate)
-2เกิดจากความคิดฝันสร้างจินตนการขึ้นมาใหม่นอกเหนือจากปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ
ลัทธิถอเหตุผล (Rationalism) เชื่อว่าใจสูงส่ง ผลงานจะต้องแสดงออกจากใจที่ผสานกับฝีมือ

ประติมากรรมยุคคลาสสิค
-ประติมากรรมมีลักษณะอิสระ ไม่ถูกกําหนดให้อยู่ในกรอบแท่งหิน
-รูปคนมีความเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติมากขึ้น
-สร้างงานตามหลักกายวิภาค

Clip_6

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s