วรรณกรรม

วรรณกรรม (Literature) 
เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจ ระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์คิดค้น และสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่าง ๆ ภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารได้แก่

1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ และภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาท่าทาง หรือประกอบวัสดุอย่างอื่น

ความงามหรือศิลปะในการใช้ภาษา ขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจน และ เหมาะสมกับเวลา โอกาส และบุคคล

ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม ไพเราะ สวยงามได้ ชาติไทย เป็นชาติที่มีอารยะธรรมเก่าแก่ มี ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง ทั้งภาษาพูด และภาษาเขียน
และยังมี ความคิดสร้างสรรค์ในการใช้ภาษาได้อย่างไพเราะ ถือเป็นความงามของการใช้ภาษา จากการแต่งโคลง กลอน คำประพันธ์ ร้อยแก้วต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีการบัญญัติคำ ราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะสม แสดงให้เห็นวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทาง การใช้ภาษาที่ควรดำรง และยึดถือต่อไป
ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า นักเขียน นักประพันธ์ หรือ กวี (Writer or Poet)

วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ
1. ร้อยแก้ว เป็นข้อความเรียงที่แสดงเนื้อหา เรื่องราวต่าง ๆ
2. ร้อยกรอง เป็นข้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส คล้องจอง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย

วรรณกรรมไทยยังหมายถึง วรรณคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 เป็นต้นมา
เป็นผลงานอันเกิดจากการคิด และจินตนาการ แล้วเรียบเรียง นำมาบอกเล่า บันทึก ขับร้อง หรือสื่อออกมาด้วยกลวิธีต่างๆ

โดยทั่วไปแล้ว จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 ประเภท คือ วรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ (วรรณกรรมลายลักษณ์) และวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้จดบันทึก (วรรณกรรมมุขปาฐะ)

ด้วยเหตุนี้ วรรณกรรมจึงมีความหมายครอบคลุมกว้าง ทั้ง ประวัติ นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า
ขำขัน เรื่องสั้น นวนิยาย บทเพลง คำคม ฯลฯ

รายชื่อหนังสือดี 100 เล่ม ที่คนไทยควรอ่าน (พ.ศ. 2408-2519)

กวีนิพนธ์และบทละคร
    * ประชุมโคลงโลกนิติ – สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร
    * เสภาศรีธนญไชยเชียงเมี่ยง
    * นิราศหนองคาย – หลวงพัฒนพงศ์ภักดี
    * สามัคคีเภทคำฉันท์ – ชิต บุรทัต

นิยาย
    * ละครแห่งชีวิต – ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์
    * กามนิต – เสฐียรโกเศศ, นาคะประทีป
    * ดำรงประเทศ – เวทางค์
    * ผู้ชนะสิบทิศ – ยาขอบ

เรื่องสั้น
    * นิทานเวตาล – น.ม.ส.
    * จับตาย : รวมเรื่องเอก – มนัส จรรยงค์
    * เรื่องสั้นของป. บูรณปกรณ์ (ชีวิตจากมุมมืด, ดาวเงิน) – ป. บูรณปกรณ์
    * เสาชิงช้า, เอแลนบารอง และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ ส. ธรรมยศ – ส. ธรรมยศ

ประวัติศาสตร์
    * ประวัติกฎหมายไทย – ร. แลงกาต์
    * นิทานโบราณคดี – สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
    * โฉมหน้าศักดินาไทย – จิตร ภูมิศักดิ์
    * กบฏ ร.ศ. 130 – เหรียญ ศรีจันทร์, ร.ต. เนตร พูนวิวัฒน์

การเมือง,ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย, เศรษฐศาสตร์
    * ทรัพยศาสตร์ – พระยาสุริยานุวัตร
    * เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475 – กุหลาบ สายประดิษฐ์
    * ความเป็นอนิจจังของสังคม – ปรีดี พนมยงค์
    * ท่านปรีดี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้วางแผนเศรษฐกิจไทยคนแรก – เดือน บุนนาค

องค์ประกอบศิลป์

แบบทดสอบก่อนเรียน
 หลักเบื้องต้นขององค์ประกอบศิลปะ
 
องค์ประกอบศิลป์  
     องค์ประกอบศิลป์  หมายถึง  การนำส่วนประกอบต่าง ของทัศนธาตุต่าง เช่น  จุด  เส้น  รูปร่าง  รูปทรง  ขนาด  สัดส่วน  แสงเงา  สี  ช่องว่าง  และลักษณะผิว  มาสร้างสรรค์เป็นผลงาน การเรียนรู้องค์ประกอบศิลป์จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทุกแขนงเพื่อให้เกิดความงามหรือสื่อความหมายทางศิลปะได้  โดยยึดหลักการจัดดังนี้ 
 
1.  เอกภาพ  (Unity)
2.  ความสมดุล  (Balance)               
3.  จังหวะ จุดเด่น  (Dominance)               
4.  ความกลมกลืน  (Harmony)             
5.  ความขัดแย้ง  (Contrast)
6. ขนาด สัดส่วน (Size  Proporty)
 1.  เอกภาพ  (Unity) 
   เอกภาพ  หมายถึง  ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ความสอดคล้องกลมกลืน  เป็นหน่วยเดียวกัน ด้วยการจัดองค์ประกอบให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเป็นกลุ่มก้อนไม่กระจัดกระจาย  โดยการจัดระเบียบของรูปทรง  จังหวะ  เนื้อหาให้เกิดดุลยภาพจะได้สื่ออารมณ์  ความรู้สึก  ความหมายได้ง่ายและรวดเร็ว
 ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


 

การเชื่อมโยงเป็นหน่วยเดียวกัน

 ภาพฝั่งซ้ายเส้นเป็นลักษณะโค้ง เช่น กะละมังที่ผู้หญิงนั่ง และตัวผู้ผญิงคนนี้ก้มลงเส้นขอบของลำตัวเป็นเส้นโค้ง เข้ากับกะละมังแต่ฝั่งขวามือเป็นโต๊ะมีลักษณะสี่เหลี่ยม ตัดกันกันกับวงกลมวิธีการคือการเชื่อมโยงรูปทรงของเรื่องราวให้เข้ากันด้วยการต่อเส้นโดยการเอาแปรงมาวางต่อระหว่างวงกลมกับโต๊ะให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน

 

 

 เอกภาพทางแนวคิดเรื่องรูปแบบ และเนื้อหา

ในภาพเป็นแนวคิดเรื่องเดียวกัน คื่อเรื่องความศรัทธา เนื้อหาของภาพเรื่องเดียวกันคือเจดีย์

 

 

 

 

 

 

 

เอกภาพทางเส้น การประสานกันของเส้น รูปทรงและพื้นผิว

  ในภาพนี้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเรื่องเส้น ทิศทางของเส้น รูปทรงของเส้น พื้นผิวเหมือนกัน ผิวเรียบ และวัสดุชนิดเดียวกัน

2.  ความสมดุล  (Balance) 
 
ความสมดุลหรือดุลยภาพ หมายถึง ความเท่ากันเสมอกัน มีน้ำหนัก หรือความกลมกลืนพอเหมาะพอดี โดยมีแกนสมมติทำหน้าที่แบ่งภาพให้ซ้ายขวา บน ล่าง ให้เท่ากัน การเท่ากันอาจไม่เท่ากันจริง ๆ ก็ได้ แต่จะเท่ากันในความรู้สึกตามที่ตามองเห็น
     ความสมดุลแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  

     2.1. ความสมดุล 2 ข้างเท่ากัน (Symmetrical Balance) หมายถึง การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ของศิลปะให้ทั้ง 2 ข้างแกนสมมติมีขนาด สัดส่วน และน้ำหนักเท่ากัน หรือมีรูปแบบเหมือนกันคล้ายกัน เช่น การวาดภาพที่ซ้ายขวา
เหมือนกันมาก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 ความสมดุล 2 ข้างเท่ากัน ในเรื่องรูปร่าง และรูปทรง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความสมดุล 2 ข้างเท่ากัน ในส่วนของขนาดและปริมาณ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

   2.2. ความสมดุล 2 ข้างไม่เท่ากัน (Asymmetrical Balance) หมายถึง การจัดองค์ประกอบของศิลปะ ทั้ง 2 ข้างแกนสมมติมีขนาดสัดส่วนน้ำหนักไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ไม่เสมอกัน แต่สมดุลกันในความรู้สึก
ความสมดุล 2 ข้างไม่เท่ากัน คือภาพมีความสมดุลย์ของเนื้อหาและเรื่องราวแต่ไม่เท่ากันในเรื่องขนาด น้ำหนัก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ความสมดุล 2 ข้างไม่เท่ากัน คือภาพมีความสมดุลย์ของเนื้อหาและเรื่องราวแต่ไม่เท่ากันในเรื่องขนาด น้ำหนัก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

3.  จังหวะ จุดเด่น  (Dominance)
1.จุดเด่น  หรือจุดสนใจ   หมายถึง    ส่วนสำคัญที่ปรากฏชัด  สะดุดตาที่สุดในงานศิลปะ จุดเด่นจะช่วยสร้าง
                ความน่าสนใจในผลงานให้ภาพเขียนมีความสวยงาม มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น   จุดเด่นเกิดจากการจัดวางที่
                เหมาะสม  และรู้จักการเน้นภาพ   (Emphasis)  ที่ดี  จุดเด่น มี  2   แบบ  คือ
                1.จุดเด่นหลัก  เป็นภาพที่มีความสำคัญมากที่สุดในเรื่องที่จะเขียน   แสดงออกถึงเรื่องราวที่ชัดเจน   เด่นชัดที่สุดในภาพ

                2.จุดเด่นรอง  เป็นภาพประกอบของจุดเด่นหลัก  ทำหน้าที่สนับสนุนจุดเด่นหลัก  ให้ภาพมีความสวยงามยิ่งขึ้น เช่น ในภาพจุดเด่นรองได้แก่ รูปเรือ

จังหวะ ทางศิลปะได้แก่ความสอดคล้องของภาพที่มีความเท่ากันขององค์ประกอบในภาพ เช่นกลีบของดอกไม้ มีการจัดวางตามธรรมชาติที่เท่ากัน

คลื่นทะเล เป็นการจัดองค์ประกอบศิลป์เรื่องจังหวะ

ภาพที่แสดงในเรื่องของจังหวะอีกภาพ

 

4.  ความกลมกลืน  (Harmony)
ภาพด้านล่างเป็นความกลมกลืนด้านเรื่องราวที่สอดคล้องเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาต และเป็นความกลมกลืนในเรื่องสีวรรณะเดียวกัน


 

5.  ความขัดแย้ง  (Contrast)

ขัดแย้งด้วยรูปทรง         ขัดแย้งด้วยขนาด        ขัดแย้งด้วยเส้น       ขัดแย้งด้วยผิว           ขัดแย้งด้วยสี
ความขัดแย้งที่กล่าวมาถูกจัดวางเพื่อให้เกิดความงามทางศิลปะ

เป็นภาพความขัดแย้งเรื่องสีแต่ทำให้เกิดความลงตัวด้วยการเบล็คสีโทนเย็นของกลุ่มคนพายเรือลำที่อยู่ตรงกลาง

 ความตัดกันของสี แต่กลมกลืนเรื่องรูปร่างและรูปทรง

6. ขนาด สัดส่วน (Size  Proporty)
ในการวาดภาพขนาดและสัดส่วนมีความสำคัญมาก ทุกส่วนของภาพวาดจะต้องมีความสอดคล้องกันของขนาดและสัดส่วน จะผิดเพี้ยนไม่ได้

ทัศนธาตุ

ลองทำแบบทดสอบก่อนเรียน
ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น 
ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกัน เป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น 
ทัศนธาตุ ได้แก่
 
      1. จุด (Dot)
      2. เส้น (Line) 
      3. สี (Color) 
      4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form) 
      5. น้ำหนัก (Value) 
      6. บริเวณว่าง (Space) 
      7. ลักษณะผิว (Texture)  
1. จุด (Dot)
 
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุดและเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น

     
 

2.เส้น (Line)
     เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                    1. เส้นตรง 

1.1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น

 

1.2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย

 

1.3.เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์

 
 1.4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง

 1.5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน

2. เส้นโค้ง  

2.1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง

 

2.2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว

 

3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล

 

4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย

 

5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
 
  

3.สี  (Colour)
 
  สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นสีขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด  ดังนี้ 
  1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ  เช่น จากพืช สัตว์  แร่ธาตุ  เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

  2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง

 
 

วงจรสีธรรมชาติ 
 
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสี 3 ขั้น มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง  ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี

 1. สีขั้นที่ 1 คือ สีที่ไม่มีสีใดสามารถผสมให้ได้สีน้ัน ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน

 

  สีขั้นที่ 2 (Secondary Colours)
  

สีขั้นที่ 2  เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุทั้ง  3 สี มาผสมกันเกิดสีใหม่ขึ้นมาอีก 3 สี  คือ
                ส้ม   เขียว   ม่วง 
 
สีขั้นที่ 3 (Tertiory  Colours)
 เกิดจากการนำเอาสีขั้นที่ 1 กับสีขั้นที่ 2 มาผสมกัน ทีละคู่ที่อยู่ติดกัน  จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 6 สี
 

สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ
 4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form) 

  รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของ วัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ  (กว้าง ยาว)
  รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูป วัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิต (กว้าง ยาว ลึก)
 
 

5. น้ำหนัก (Value) 
 
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมี ปริมาตร และให้ระยะแก่ภาพ      
แสงและเงา(Light & Shade)
 
     แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา 
     แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก

     แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา 
     แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก

 

6. บริเวณว่าง (Space)
 
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
     1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง

     2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง

     3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้

     4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา


  

7. ลักษณะผิว (Texture)  
     ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้านเป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึกผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน