ลักษณะการถ่ายทอดแนวคิดในงานทัศนศิลป์

แบบทดสอบก่อนเรียน

ลักษณะการถ่ายทอดแนวคิดในงานทัศนศิลป์มี 3 ลักษณะ ได้แก่

  1.การถ่ายทอดงานจิตรกรรม (Painting)
จิตรกรรม ตามพจนานุกรม อธิบายว่า เป็นการสร้างงานทัศนศิลป์บนพื้นระนาบรองรับ   ด้วยการวาด ระบายสี การลาก  ป้าย  ขีด หรือขูดวัสดุลงบนพื้นระนาบซึ่งจำแนกได้ตามลักษณะวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ได้เป็น  2 ประเภท คือ ภาพวาด และ ภาพเขียน

     ผู้สร้างสรรค์งานจิตรกรรม เรียกว่า จิตรกร
     

ภาพวาด(Drawing)
การใช้วัสดุสำเร็จรูปที่มีปลายแหลม เช่น ดินสอ ปากกา เกรยอง เป็นต้น ขูด ขีด เขียน วาดให้เกิดเป็นรูปภาพ วาดเส้นหรือภาพแรเงา โดยเน้นความงามของเส้นและแสงเงา

จิตรกรรม ภาพวาดด้วยดินสอ

ภาพวาดด้วยปากกา

ภาพวาดด้วยดินสอสี

การระบายสี(Painting)

การใช้วัสดุสีชนิดต่างๆ ระบายลงบนวัสดุรองรับที่เป็นพื้นระนาบ เช่น กระดาษ ผ้าใบ ไม้อัด ด้วยอุปกรณ์การระบายสี เช่น พู่กัน แปรง เกรียง สร้างสรรค์เป็นภาพระบายสีที่มีความกลมกลืนของสี และแสงเงา ได้แก่
สีน้ำ
สีโปสเตอร์

สีอะครีลิค
สีน้ำมัน
สีฝุ่น
  2.ถ่ายทอดงานประติมากรรม (Sculpture)
ประติมากรรมเป็นงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการปั้น  แกะสลัก  หล่อ  และการจัดองค์ประกอบความงามและความรู้สึกนึกคิดเป็นรูปทรง 3 มิติ ลงบนสื่อต่างๆ  ผู้ทำงานประติมากรรมเรียกว่า  ประติมากร  ส่วนงานประติมากรรมที่เกี่ยวกับศาสนามักสะกดให้แตกต่างออกไปว่า ปฏิมากรรม งานประติมากรรม แบ่งเป็น 3 ประเภท ตามมิติของความลึก

2.1.ประติมากรรมนูนต่ำ  (Bas Relief)

หมายถึง การปั้นบนฐานรองรับให้เกิดรูปทรงนูนขึ้นจากฐานรองเพียงเล็กน้อยมองเห็นด้านหน้าเพียงด้านเดียวด้านข้างมีส่วนหนาขึ้นเล็กน้อยเช่น เหรียญบาท
 

2.2.  ประติมากรรมนูนสูง  (High Relief)

หมายถึง การปั้นบนพื้นหรือฐานรองรับ ให้เกิดรูปนูนสูงขึ้นมากกว่าแบบนูนต่ำ  โดยสูงขึ้นประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว สามารถมองเห็นได้สองด้าน คือด้านหน้าและด้านข้าง

2.3.  ประติมากรรมลอยตัว  (Round Relief)

หมายถึง การปั้นลอยตัวแบบ 3 มิติมองเห็นทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง มองเห็นได้รอบตัว ไม่มีพื้นหลัง มีฐานรองรับรูปทรงให้ตั้งอยู่ได้
 
3. การถ่ายทอดงานสถาปัตยกรรม (Architecture)

     สถาปัตยกรรม คือ ศิลปะและวิทยาการแห่งการก่อสร้าง  ศิลปะของการออกแบบโครงสร้าง  การออกแบบอาคารและสิ่งก่อสร้าง การก่อสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้าง ตลอดจนการตกแต่งบริเวณและสิ่งแวดล้อมของอาคารสถานที่ให้มีความงาม ประโยชน์การใช้สอย และความมั่นคงแข็งแรงเราอาจแบ่งได้  2 ประเภท
 3.1.  ประเภทที่มนุษย์เข้าไปอยู่อาศัยไม่ได้ (สถาปัตยกรรมปิด)

หมายถึง สถาปัตยกรรมที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปใช้สอยได้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมชนิดนี้ส่วนใหญ่สร้างเพื่อตอบสนองความเชื่อความศรัทธา เช่น
เจดีย์ภูเขาทอง
 

 ปิรามิด

โบสถ์ซาลิสเบอร์รี   อังกฤษ

3.2.  ประเภทที่มนุษย์เข้ามาอยู่อาศัยได้  (สถาปัตยกรรมเปิด)

สถาปัตยกรรมแบบเปิด หมายถึง สถาปัตยกรรมที่มนุษย์สามารถเข้าไปใช้สอยได้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมชนิดนี้มักจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและลักษณะทางภูมิศาสตร์ เช่น
เจดีย์ภูเขาทอง
About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s